ตามประสาคนที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 2-3ครั้ง (อาจจะ 4ครั้ง) ก็ยังจะคงไปใช้สิทธิต่อไป และคงจะเลือกพรรคเดิมจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
แต่หากสรุปประเด็นการเมืองจากสื่อทุกช่องทางก็มีกระแสที่ว่า อาจไม่มีการเลือกตั้ง นั่นก็คือ ประเทศไทยเราจะถอยหลังเข้าครองอีกคำรบ เหมือนตอนที่บิ๊กบังออกมาปฏิวัติคนหน้าเหลี่ยม ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้ประเทศไทยหยุดอยู่กับที่ราว2-3ปี กับรัฐนาวาที่อาจจะพูดได้ว่า มือสะอาด-ช้า-ไม่ทันสมัย ทำได้เพียงประคับประคองประเทศหลังรัฐประหารได้เพียงเท่านั้น
คำถามคือ ถ้ามีการเลือกตั้ง เราคนไทยควรจะทำตัวอย่างไร
๑ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามครรลอง
๒ เลือกพรรคที่ใช่และพรรคที่ชอบ
๓ โหวตโน ตามกระแสไม่เอานักการเมืองชุดปัจจุบัน
ในประเด็นข้อที่๑-๒ จะกล่าวถึงในภายหลัง แต่จะขอกล่าวประเด็นในข้อที่๓ ก่อน
โหวตโน เพื่อ????
-ไม่เอานักกินเมืองชุดปัจจุบันไม่ว่าจากพรรคไหน เพราะคนปลุกระดมมีสมมุติฐานว่า นักกินเมืองชุดปัจจุบันเป็นพวกโกงกิน ดีแต่พูด คอรัปชั่น และ เปลืองภาษีประชาชนโดยการโดดประชุม
-ต้องการ นายกฯพระราชทานตาม ม.๗ (ซึ่งผู้เขียนไม่รู้ว่าต้องโหวตโนกี่%ถึงจะได้ตามเงื่อนไขนี้)
คำถามต่อประเด็นนี้คือ นักกินเมืองชุดปัจจุบัน เป็นผลผลิตมาจากสังคมไทย ใช่หรือไม่ ถ้าใช่คนในสังคมควรจะเป็นคนแก้ ไม่ใช่โยนภาระนี้ไปให้สถาบันเบื้องสูง เพราะท่านได้ให้อำนาจการปกครองนี้แก่ประชาชนมาตั้งแต่ ร.ที่๗ การที่คนบางกลุ่ม/บางพวก ออกมาใส่ร้ายกันไปมา สร้างม๊อบต่อต้านรัฐบาลก่อน หรือ รัฐบาลนี้ เป็นสิทธิอันชอบธรรม หากไม่มีการละเมิดสิทธิ ของคนอื่น เช่น ไล่ทุบรถนายกฯ ไล่ด่านายกและครอบครัวเวลาเดินพารากอน ถือป้ายด่าอดีตนายกฯที่เป็นมะเร็ง ขณะไปรอต่อเครื่องที่ USA
ถึงเวลาหรือยังที่คนไทย ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาถึง ๗0 กว่าปี จะต้องมามองว่า เราเป็นประชาธิปไตย หรือ เราคนไทยเป็นกลุ่ม พวกมาก ลากไป???
หากเราเป็นประชาธิปไตย เราต้องรู้จักสิทธิ และหน้าที่ของตนเอง รวมถึง เคารพสิทธิของผู้อื่น มีจิตสำนึกที่จะทำความดี ทำสิ่งดีเพื่อประเทศและสังคม มิใช่ทำความดี และหาประโยชน์ให้พวกพ้อง
รังเกียจ/ประณามการคอรัปชั่น ทุกประเภท
แต่กระบวนการนี้อาจจะต้องใช้เวลาอีก ๕-๑0-๒0ปี เพราะเราอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปฏิบัติ สิทธิและหน้าที่ของเราอีกหน่อย ผมชอบประโยคหนึ่งที่เคยดูในรายการเจาะใจ ที่เอาเทปสมัยพี่มาร์คหน้าหล่อ เมื่ออายุ ๒๗ ที่ถูกถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจเล่นการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งพี่มาร์คก็ตอบว่า "ผมตั้งใจที่จะเป็นนักการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย หากทุกคนหลีกหนีการเมือง เราก็จะได้แต่นักการเมืองหน้าเก่า" ซึ่งจากวันนั้น จนวันนี้ พี่มาร์คก็เล่นการเมืองมากว่า ๒0ปี
ซึ่งอาจจะเป็นเวลานาน สำหรับหลายๆคน แต่สำหรับผม พี่มาร์คที่ถูกคนปรามาสว่าหน้าหล่อ ดีแต่พูด อย่างน้อยเค้าก็ ทำการเมืองมาเป็นระยะเวลานานกว่าคนที่ปรามาสเค้าหลายๆคน รวมถึงได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างกับการเมือง เช่นการตั้งบรรทัดฐานทางการเมืองของรัฐมนตรีในพรรคท่าน (แม้รมต.นอกพรรคท่าน ท่านจะทำอะไรไม่ได้ก็ตามที)
กลับมาที่ประเด็นข้อที่ ๑-๒ ถ้าเราออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
-หากเรายังเลือกตั้งกันแบบเดิมๆ คือ เลือกที่ตัวบุคคล เราก็จะยังได้ผลลัพธ์ของการเลือกแบบเก่า เหมือนเราเลือกลิงจ่าฝูง ที่เลือกเฉพาะคนที่ทำดีกับพวกของเรา (ไม่ใช่ทำดีกับประเทศของเรา) เราก็จะได้ นักกินเมืองที่ทำตัวเป็นโสเภณี ที่ถูกเงินซื้อ/ดูด เข้าพรรคที่มีนายทุนเงินหนา เหมือนกับที่เราเคยเห็นการ รวมพรรคของ ทรท+ควม+กสค เป็นพรรคเพื่อแม้วในปัจจุบัน
ผมไม่ได้มองว่าวิธีการข้างต้นผิด แต่มันเหมือนการ take over บริษัทอื่นเพื่อขยายขนาดของบ.ตัวเอง เพื่อเพิ่มความได้เปรียบ ซึ่งก็เป็นกลยุทธที่ถือว่า ใช้ได้ดีกับสังคมไทย ที่นับถือนักกินเมืองเป็นเทวดา และชอบร้องขอฟ้าขอฝน จากเทวดา แต่นักกินเมืองไม่ได้เป็นเทวดาที่จะมี อิทธิฤทธิ์มาไล่แจกเงิน จึงต้องไปขอจากนายทุน มาแจกคน ดังนั้นห่วงโซ่อาหารของการเมืองไทยแบบเก่า จะเป็น นายทุน---เทวดาปลอม(นักกินเมือง)----คนธรรมดา(จน) , นายทุนก็มากอบโกยจาก ประชาชนผ่านเครื่องมือทางคอรัปชั่นต่างๆ
แต่หากเราลอง ใช่ครับ ผมใช้คำว่าลอง เพราะคนไทยยังไม่เคยทำ คือ เลือกพรรคใดพรรคหนึ่งให้มีเสียง ๘0%ของ นักกินเมืองในสภา เลือกพรรคที่มีคนรุ่นใหม่ หน้าใหม่ๆ แล้วให้เวลาเค้าบริหารประเทศครบเทอม ๔ปี หรือ ๓ ๑/๒ปี ก็ยังดี หากพรรคนี้ทำไม่ได้ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เราก็อดทนรอ และไปเลือกพรรคอื่นอีกที ในระหว่างนี้ คนไทยก็ต้องใช้สิทธิเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ ในการขอแก้ไขกฏหมาย หรือเรียกร้องสิทธิผ่านม๊อบ ผมเชื่อว่า ถ้ามามีม๊อบออกมาสักล้านคน ไม่ต้องเดินขบวนหรอกครับ แค่ไปรวมกันรอบรัฐสภา รัฐบาลก็คงจะทำงานไม่ได้
เราต้องเปลี่ยนนิสัยคนไทยกันใหม่ในการมใช้ประชาธิปไตยให้ถูกทาง ไม่ใช้ประชาธิปไตยแบบกบเลือกนายเหมือน ๗0ปีที่ผ่านมา
คนไทยเป็นกบที่เลือก ขอนไม้ , นกกระยาง มาหลายครั้งหลายคราแล้วครับ แล้วประเทศก็ค่อยๆเจริญ ไปทีละครึ่งก้าว ตามกำลัง แต่ไม่สามารถก้าวกระโดดได้ เพราะคนไทยเรา ขาดความอดทน และใช้ประชาธิปไตยไม่ถูกทาง ....