อยากจะบอกว่าทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งใหม่(ไม๊) ที่ไม่ค่อยมีคนอยากจะเปิดเผยเท่าไหร่ แต่เมื่อมีผู้เริ่มก็มีผู้ตาม นี่คือกระแสของมนุษย์
ถามว่าเป็นสิ่งดีไหมที่มีเรื่องเหล่านี้อุบัติขึ้นในโลก ก็บอกได้ว่าทุกเรื่องดีหมดครับ แล้วแต่เราจะเลือกมองที่มุมไหน เพราะชีวิตมนุษย์มีเรื่องให้ทดลอง แก้ไข และดำเนินไปทุกวัน
วันนี้เลยอยากจะเสนออีกวิธีคิดนึง เพื่ออธิบายเรื่องทั้งสองเรื่องให้เข้าใจง่าย (แต่คนขับรถไม่เป็นอาจจะไม่ชอบ ฮ่าๆๆๆ)
การขับรถ---->การลงทุน---->การใช้ชีวิต
ทั้งสามอย่างนี้มีข้อที่เหมือนกันดังนี้
ก.เป้าหมาย ใช่แล้วจะขับรถก็ต้องรู้ว่าจะขับไปไหน ไปทำไม ไปเพื่ออะไร แม้แต่จะเพื่อขับชิลๆก็ตามที่ เพราะฉะนั้นต้องตั้งเป้าหมายให้ได้ก่อน ว่่าอยากจะไปที่ไหน ลงทุนไปเพื่ออะไร และ เป้าหมายของชีวิตหรือความฝันของชีวิตคืออะไร
ข.เส้นทาง ครับ จะขับรถก็ต้องรู้เส้นทางหรือมีแผนที่ จะลงทุนก็ต้องมีวิธีการหรือเคล็ดลับ จะใช้ชีวิตก็ควรจะต้องรู้ว่าอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน หากคุณเคยขับรถหลงทาง ก็อย่าเสียใจเลยที่ คุณจะใช้ชีวิตผิดๆไปบ้าง เพราะการหลงทางไม่ได้แย่เสมอไป อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้รู้ว่าขับแบบไม่มีแผนที่ก็ทำให้เสียเวลา ชีวิตที่ไม่มีแผนการก็เสียเวลาเช่นกัน กับการลงทุนหากผิดวิธีหรือที่เราเรียกว่ามั่ว มันก็ทำให้ขาดทุนก็เท่านั้น ที่สำคัญคือ ต้องกับมาหาแนวทางของตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เดินทางไปด้วยความสุข
ค.เวลา นี่คือปัจจัยที่ต้องคิดให้เยอะแต่คิดให้ไว ทำให้เร็ว เพราะเวลาเป็นต้นทุนที่ใช้แล้วหมดไป เหมือนคุณจะเดินทางไปเที่ยวในวันหยุด หากมัวแต่หลงทาง รถเสียก็ไม่ได้ไปเที่ยวพอดี ชีวิตคนเราก็มีวันหมดอายุ ดังนั้นการจะทำทุกอย่างตามแผนการควรจะมีเวลากำหนด เพื่อให้เราไม่เขว หรือกลับตัวได้ทัน
ง.สภาพการเดินทาง หรือปัญหา ขับรถทางโค้ง ทางขึ้นเขา ลงเขา ถนนขรุขระ นั่นเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ แต่เราเตรียมตัวที่จะรับมือกับมันได้ แต่บางเรื่องมันก็สุดวิสัย ก็คงต้องทำใจเท่านั้น ชีวิตและการลงทุนก็คล้ายกัน มีหลายอย่างที่เราไม่รู้ หรืออาจเกิดขึ้นทั้งๆที่รู้ ดังนั้นเราก็ต้องมีเสบียงหรือแผนสำรองสำหรับชีวิต มีเงินสำรองเผื่อการลงทุนที่ผิดพลาด เพราะคุณไม่มีทางรู้ ว่าเราจะป่วยวันไหน หรือเศรฐกิจจะแย่เมื่อไหร่ การเตรียมพร้อมทุกสถาณการณ์คือสิ่งจำเป็น
จ.เพื่อนร่วมทาง ใช่แล้วครับ เดินทางคนเดียวมันเหงา ใช้ชีวิตคนเดียวมันเศร้า ลงทุนคนเดียวมันตันๆ เพราะฉะนั้นหาเพื่อนร่วมทางให้ได้ครับ เพื่อเป็นคู่คิด ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และแบ่งปัน อย่าใช้ชีวิตคนเดียว มันเศร้า
หวังว่าแนวคิดนี้อาจจะพอให้ทุกคนได้หันมามองวิธีการปัจจุบันของตัวเอง เพื่อลองค้นหาเป้าหมาย แนวทาง เพื่อนร่วมทาง เพื่อให้การใช้ชีวิตทุกวัน เพื่อให้มีความสุขกับทุกวันของชีวิต ตราบจนวันที่มีลมหายใจสุดท้าย