ย้อนกลับไปสัก 10ปีก่อน หลายๆคนคงรู้จัก Lotus & 7-11 ในรูปแบบที่แตกต่างกัน
Lotus หรือ Tesco-lotus คือ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่กลุ่มทุน CP ขายให้กับ TESCO ของอังกฤษ หลังช่วงวิกฤติฟองสบู่ปี 2540 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการตัดแขน เพื่อรักษาชีวิต ตามหนังกำลังภายในจีน ซึ่งทำให้ตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ของบ้านเรามี ผู้เล่นเพิ่มหน้าใหม่ แต่ชื่อเดิม ได้แก่ BigC (central) Tesco-lotus(อังกฤษ) Carfour(ฝรั่งเศส) และ Makro (ไต้หวัน ; ถ้าจำไม่ผิด)
ส่วน 7-11 ถือว่าอยู่ใน segment ร้านค้าสะดวกซื้อ ที่มี Fresh mart , Family mark & 108shop ไม่นับ ร้านสะดวกซื้อของปั๊มน้ำมัน อย่าง select , Jiffy , ใบจาก ฯลฯ ซึ่งถือได้ว่า 7-11 ของค่าย CP เป็นขาใหญ่
แต่เชื่อไหมว่า 7-11 ผ่านมาเกือบ 20ปี มีจำนวนสาขาไม่ต่ำกว่า 1,500 สาขาเปรียบกำลังซื้อได้เหมือนห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ บางสาขาอยู่ห่างกันไม่ถึง 100m แต่ก็ยังอยู่ได้ เรียกได้ว่า ทำเลที่ 7-11 ไปสถิตย์อยู่ ได้กลายเป็นทำเลทอง และสร้างชุมชนขนาดย่อมที่เรียกว่า mini night market (ตลาดโต้รุ่ง) เพราะ 7-11 เปิดทำการตลอด 24 hrs.
ทำให้ 7-11 กลายเป็นผู้ขายรายใหญ่ของร้านค้าสะดวกซื้อ และมี buying power ที่ทำให้ supplier ไม่กล้าหงอ แถมยังต้องคอยง้อ อยู่ตลอดเวลา ยิ่งมีบริการ counter service ทำให้กลุ่มลูกค้าของ 7-11 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความสะดวกให้แก่ชุมชน
กลับมามอง Tesco ถือได้ว่าเป็น ค้าปลีกเบอร์1 ของประเทศไทย ณ เวลานี้ แต่ก็ยังไม่ประมาท หลังจากที่ไม่สามารถได้ deal คาร์ฟู ทำให้ Tesco ต้องหันมารุกหนักในการขยายสาขา ห้าง super store แต่เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากทำการทดลงอ Tesco-mini market ตามปั๊ม ESSO (อังกฤษ) ได้ 3-5 ปี ทาง Tesco ก็ปล่อยไม้เด็ด ร้านค้าปลีก Tesco ; Lotus express เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ค้าปลีกบ้านเรา
แต่ที่ทำให้กระเทือนก็คงจะเป็น Lotus-express ของ Tesco นี่แหละที่กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ 7-11 ไม่เฉพาะเป็น ร้านค้าไซส์ใกล้เคียงกัน ที่ขายสินค้าหลายอย่างในราคาที่ถูกกว่า (ไม่มีก็แค่ อาหารกล่อง กับ หนมจีบ ซาลาเปาเท่านั้นล่ะ) แต่ lotus express ยังมีแผนการตลาดที่ดุเดือด ด้วยการเปิดร้านในทำเลเดียวกับ 7-11 โดยยึดคติ เอ็งไปไหน ข้าไปด้วย
7-11 ถือว่ามีฝ่ายวิจัยตลาดหรือ ทำเลที่ตั้งร้านที่เข้มแข้ง เรียกได้ว่าทำเลที่ 7-11 ไปเปิดจะต้องเป็นทำเลทองของย่านนั้นๆ ไม่ก็เป็นทำเลที่การันตี รายได้ในแต่ละเดือน แต่ Tesco ก็ลงมาลุยแบบจัดหนัก คือ ยอมจ่ายแพงในค่าเช้าสถานที่ แต่ลดภาระเรื่องการวิจัยตลาดไปทันที โดยเปิดบริการใกล้ 7-11 (เพราะถือว่าผ่านการสแกนทำเลมาเรียบร้อยแล้ว) แต่เน้นขายสินค้าประเภทเดียวกันในราคาถูกกว่า
จนทำให้คุณกอรปศักดิ์ได้เปลี่ยนกลยุทธ ของ7-11 จากสะดวกสบาย กลายเป็น อิ่ม สะดวก โดยเน้นไปที่อาหารสำเร็จรูปที่ 7-11 มี CP เป็นผู้สนับสนุนหลัก แต่ในส่วนของ Tesco ยังเน้นการซื้อของสดจากคู่ค้า
เกมส์การค้าระหว่าง 2 เจ้านี้ในร้านค้าสะดวกซื้อ คงมีอะไรที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ให้คอการตลาดและค้าปลีกได้ติดตาม แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ร้านโชห่วยไทย ที่รัฐฯไม่เคยเหลียวแล ไม่มี supply chain แถมยังขายสินค้าในราคาที่เท่ากัน หรือ แพงกว่า Tesco , 7-11 แม้ว่า ร้านค้าส่งคนไทยได้ปรับตัวเองให้กลายเป็น Mart ค้าส่งสินค้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ว่า Mart และร้านโชว์ห่วยไทย ที่เปรียบดังหญ้าแพรกจะอยู่รอดได้ ท่ามกลางการประสานงาของ พญาคชสารจากไทย กับ ช้างแมมมอธอังกฤษ
No comments:
Post a Comment