Sunday, June 5, 2011

Take a Rest Thailand Party (TRT) พรรคพักเถอะประเทศไทย

กีฬาสีของประเทศสารขันต์ตอนนี้อยู่ในช่วงพักครึ่ง เพราะพี่มาร์คหน้าหล่อได้ประกาศยุบสภาฯเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ สรุปจำนวนพรรคการเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้มี 40 พรรคs (เติม s เพราะเป็นพหูพจน์ ฮา) แต่ไหงพรรคการเมือง 90% มีนโยบายเหมือนกันยังกับลอกข้อสอบ อันได้แก่

๑.เพิ่มรายได้ให้ประชาชนไม่ว่า ๒๕%ใน ๒ปี หรือ ค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท (แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอางบประมาณส่วนนี้มาจากไหน ก็ไม่พ้นกู้กับเก็บ VAT เพิ่ม) บางพรรคถึงขั้นประกาศลดภาษี VAT เพื่อให้สินค้าถูก ซึ่งถ้าทำได้แล้วไม่ก่อหนี้ให้ประเทศก็ดี เพราะที่ท่านๆแด๊กส์ๆไป ๒๐-๓๐% ในแต่ละโครงการรัฐ ถ้าเลิกได้เราคงมีเงินมาทำนโยบายแบบนี้อีกเยอะ

๒.มีหลักประกันให้เกษตรกร อาทิเช่น เงินประกันรายได้ / บัตรเครดิตชาวนา น่าสงสัยในส่วนของที่มาของงบประมาณเหมือนกัน แต่ที่ได้ใจสุดๆคือ ให้ชาวนามีบัตรเครดิต เอ่อ ท่านครับ ที่มีหนี้กันหัวโตนี่ยังไม่พออีกหรือ!

๓.นโยบายปรองดอง แต่ทั่นๆก็ยังส่งแดงแท้ แดงเทียมมาก่อกวนผู้สมัครพรรคตรงข้าม ไม่ก็ใช้วาจาเชือดเฉือน เหน็บแนมให้เสียดแทงหัวใจ ไม่ก็พรรคปลาไหลที่ปรองดองออกนอกหน้า ตั้งแต่เซ็นต์ MOU กับพรรคเฮียห้อย และก็พร้อมร่วมเพศ เอ๊ยร่วมพรรคกับปูแดง โดยพรรคภูมิใจห้อยก็ ประกาศนโยบายกูไม่เอาปูแดง เอ่อเป็นต้นแบบปรองดองแบบไร้ศักดิ์ศรีจริงๆ

และอีกหลายๆนโยบายที่ซ้ำๆๆๆๆ กัน แต่ก็ยังมีอะไรแปลกๆจาก เสี่ยชูฯที่ออกตัวว่าผมขอเป็นฝ่ายแค้น เอ๊ยฝ่ายค้าน แต่ดูๆน่าจะเป็นฝ่ายแค้น เพราะท่านก็เที่ยวแขวะเค้าไปทั่ว... หรือ พันธมิตรที่ออกมารณรงค์ VOTE NO ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า Vote no จะช่วยอะไรได้ เพราะนักการเมืองบ้านเรา นอกจากหน้าหนากว่ามาตรฐานก็ยัง ยึดเอากติกาที่ได้ประโยชน์ต่อต้นอย่างแข็งขัน อย่างเช่น มี ผู้สมัคร ๒ คน มีคนโหวตได้ ๓คน โหวตโนไป ๒ ก็ยังมี สส.ได้ นอกจากคนทั้งประเทศจะ vote no ๑๐๐% ซึ่งก็เป็นไปได้ยากกกกกกก.......

ตัวผู้เขียนก็เลยนึกครึ้มๆว่า ถ้ามีปัญญาจะตั้งพรรคการเมืองก็ขอเสนอ ทางเลือกใหม่ๆให้ประชาชนชาวสารขันต์ให้เลือกพรรค"พักเถอะประเทศไทย"
ชื่อพรรค : พักเถอะประเทศไทย
กรรมการบริหารพรรค : ท่าน ว. , พระสมปอง , คุณบัณฑิต อึ้งรังษี , ท่านอานันท์ , คุณดำรงษ์ วงโชติปิ่นทอง , โหน่ง a day , โน๊ส อุดม ฯลฯ บรรดาอ.ที่นำแนววิถีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ไปสอนชาวบ้านทั้งหลาย
นโยบายพรรค :
๑) ยกเลิกเก็บเงินภาษีประชาชน ให้เปลี่ยนเป็นการรับบริจาค จากประชาชนโดยตรง ตัวอย่างเช่น ประชาชนไป รพ. ถ้ารู้สึกว่าได้รับบริการดี ก็บริจาคเงินให้โรงพยาบาลนั้นๆ ถ้าไม่พอใจก็ไม่บริจาค , อ่อเงินรายได้หลักจะมาจากภาษี VAT แต่ยกเลิกการเก็บภาษี นิติบุคคล
==>แก้ปัญหาการคอรัปชั่น และเพิ่มประสิทธิภาพ ข้าราชการ

๒) นำนโยบายเศรฐกิจพอเพียงมาใช้ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า คือ ใครใช้ไฟฟ้าเยอะเก็บค่าไฟเยอะ โดยเฉพาะหน่วยงานเอกชน ราชการ , ส่วนชาวบ้านตาดำๆก็เก็บตามอัตราการใช้งาน ถ้าใครเอาแก๊สชีวภาพมาปั่นไฟขายคืนราชการได้ ก็ไม่ต้องจ่ายตังค์แถมมีรายได้
==>ลดการใช้จ่ายเกินตัว เพิ่มการดำรงชีพด้วยเกษตรอินทรีย์

๓)หน่วยงานบริหารส่วนตำบล จะเป็นผู้รับบริจาคและจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น โดยราชการมาเบิกงบกับทาง อบต.แทนที่จะได้เงินเดือนจากส่วนกลาง
ทีนี้ พื้นที่ไหนโกงกินเยอะ ไม่ใช้เศรฐกิจพอเพียงก็ล่มจมกันไป 555+
==>กระจายอำนาจการบริหารอย่างเป็นธรรม

๔)รวมธนาคารรัฐเป็นธนาคารเดียวคือ ธ.แห่งประเทศไทย รับฝากเงินและให้กู้แก่ประชาชน โดยจะมี ๑ ตำบล ๑ ธนาคาร โดยให้ตั้ง ผู้บริหารกรรมการประจำตำบล โดยเอาหลักพุทธศาสนามาเป็นนโยบายหลัก ใครทำความดี ก็มีสิทธิกู้เยอะ ถ้าทำความเลวก็ไม่ได้กู้และไม่มีสิทธิฝาก .... เพิ่มการออม ลดการกู้โดยไม่จำเป็น
==>ส่งเสริมการออม และจริยธรรม

๕)ยกเลิกการประเมิน GDP เป็น GHP คือการประเมินความสุขของคนทั้งประเทศ และส่งเสริมกิจกรรม คิดบวก , คิดสร้างสรรค์
==>สร้างสังคมเป็นสุข

อาจจะเป็นเพียงนโยบายเพ้อฝัน แต่เราสามารถเริ่มได้ที่ครอบครัวของเราแต่ละคน แล้วก็ขยายสู่เพื่อนบ้าน และถ้าทุกๆครอบครัวในประเทศทำ ประเทศสารขันต์ก็จะเป็นประเทศที่ชาวบ้านมีความสุขและได้ พักผ่อน ทุกๆวัน

No comments:

Post a Comment