ทำอะไรมีวินัยคือไทยแท้???
ขับรถช้าอยู่เลนขวา
กำหนดความเร็วรถไม่เกิน 90 km/hr แต่ความเร็วเฉลี่ยที่ขับบนทางหลวงคือ 110-130 km/hr
ขับมอเตอร์ไซค์ ไม่สวมหมวกกันน็อค
เมาแล้วขับ ขับรถซิ่ง
ขับรถเจอทางแยก ใครดีใครได้ ใครเร็วไปก่อน
ถ้าจะให้พูดเรื่อง วินัยจราจรกับคนไทย ว่ามีอะไรบ้างที่คนไทย เราๆท่านๆ หรือแม้แต่ผมที่ทำผิดอยู่บ่อยๆ ก็บอกได้เลยว่า เขียนไม่มีวันหมดแหงๆ
เพราะเรื่อง ทำตัวสบายๆ ไม่มีกติกา เห็นแก่ตัวบนท้องถนน ไม่รู้กฏจราจรแต่มีใบขับขี่ เป็นอะไรที่อยู่คู่สังคมบ้านเรามานาน
อาจจะบอกได้ว่าถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เช่น
ตอนเราเล็กๆไปกับที่บ้านเวลาขับรถ มีคนเดินข้ามทางม้าลาย พ่อเราก็ไม่เคยจอด
โตขึ้นมาหน่อย หัดขับมอเตอร์ไซด์ แค่เริ่มหัดหมวกกันน๊อคก็ไม่สอน-ไม่ใส่ สอนแต่ว่าต้องขับยังไง สตาร์ทตรงไหน
พอขับรถยนต์ ไปหัดขับบนทางหลวงโดยไม่มีใบขับขี่ ไม่ต้องพูดถึงตอนที่สอบไม่ผ่าน ก็จะหาทางจ่ายตังค์เพื่อได้ใบขับขี่
สังเกตุไหมครับว่า เราให้ความสำคัญกับการทำสิ่งที่ถูกและเพื่อความปลอดภัยน้อยมาก ฝรั่งให้ลูกขับจักรยานยังให้สวมหมวดกันน๊อคเลย
ที่เป็นอย่างนี้วิเคราะห์ได้ว่า คนไทยรักสบาย ง่ายๆ ชิลๆ มากไปหน่อย
มองความปลอดภัยเป็นเรื่องเล็ก หรือละเลยไป แล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะโทษดวง!!!
ใช่แล้ว ดวงซวยจริงๆที่โดนตำรวจจับใบขับขี่ ซวยจริงๆที่โดนรถกระบะเฉี่ยวมอไซค์ล้มหัวแตก
อีกเหตุผลหนึ่งคือ คนไทยเห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่สังคมส่วนรวม เพราะถ้าเราเห็นแก่ส่วนรวม ไม่ต้องไปพูดถึงประเทศชาติหรอกครับ เอาแค่เห็นแก่คนในครอบครัว เราต้องคิดแล้วว่า หากเราเป็นอะไรไป คนที่ต้องดูแลเราก็คือคนในครอบครัว
คนไทยมีสุภาษิตว่า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา (เค้าว่าเอามาจากหนังจีน) ที่จดจำในสมองเราไปแล้ว มันจริงนะครับ โดยเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกได้เลยว่า ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์หลายครั้ง ก็ทำให้ขับรถระมัดระวังขึ้นเยอะ ไม่ดื่ม คาดเข็มขัดนิรภัย
แต่ทำไม ต้องรอให้มีงานศพก่อนแล้ว ค่อยหลั่งน้ำตาหรือมานั่งแก้ไขสิ่งต่างๆ
ทางที่ดีเราควรจะช่วยกันป้องกัน ไม่ดีกว่าหรือ ทุกคนก็รู้ว่า เมาแล้วขับมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ขับรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัยหากเกิดอุบัติเหตุก็จะมีความเสียหายร้ายแรง หรือ ขับมอไซค์ไม่สวมหมวกกันน๊อค หากถูกรถชน ไม่บาดเจ็บสาหัสก็ถึงขั้นเสียชีวิต
นอกจากการป้องกันแล้ว วินัยจราจร และความพร้อมของยานพาหนะเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบ และปฏิบัติอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุสุดวิสัย
แต่ที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ทุกข้อที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นได้ง่ายคือ ความมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง และสังคมส่วนรวม
หากเรามีน้ำใจ เราก็จะให้รถคันอื่นแซงไปก่อน เค้าอยากเร็วช่างเค้า
หากเรามีน้ำใจ เราก็จะหยุดรถเมื่อเจอทางแยก ไม่ต้องแย่งกันผ่านทางแยกและชนกันเอง
หากเรามีน้ำใจ เราก็จะหยุดรถให้คนเดินข้ามทางม้าลาย ไม่ต้องให้เค้าเสี่ยงวิ่งตัดหน้ารถ เพราะไม่มีรถคันไหนหยุด
หากเรามีน้ำใจ เราก็จะขับรถด้วยความไม่ประมาท และรักษาวินัยจราจรได้ด้วยตัวเราเอง
เปลี่ยนเถอะครับ ทำอะไรสบายๆคือไทยแท้ , ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เปลี่ยนเป็น ทำอะไรมีวินัยคือไทยแท้ และ กันไว้ดีกว่าแก้
แล้วต่อไปเราก็จะไม่ต้องมานับศพคนตายเวลามีเทศกาลปีใหม่ หรือ สงกรานต์
No comments:
Post a Comment