ถ้านับ 5-10 ปีก่อน ไปถามใครว่ามี fb ไหม คนถูกถามคงจะทำหน้างงๆ
แต่ทุกวันนี้ คงจะถูกถามว่า
a: มี fb หรือเปล่า
b: คืออะไร อ่ะ
a: เชยจัง ไม่อินเทรนเลย
b: fb เอ้าไว้ทำอะไร อ่ะ
a: ก็เอาไว้....... ฯลฯ
b: ทำหน้า งงๆ .... เย็นนี้จะไปสมัคร
อันที่จริงแล้วคนไทยจะรู้จัก Hi5 ก่อน FB .... และก่อน Hi5(au) จะมี myspace(us), cyworld (s.Korea) , QQ(china)
เป็น social network ที่เอาไว้ให้คนต่างชาติ ต่างภาษามารู้จักกัน โดยตอบโจทย์ สำหรับคนที่ไม่ชอบ chat
เพราะในการ chat เราจะต้อง ขลุกอยู่หน้า computer ซึ่ง chat program ที่ยังคงเหลือรอดอยู่ทุกวันนี้ ก็คือ messanger ทั้งหลาย อาทิ MSN , Yahoo , Skype และโปรแกรมเฉพาะที่เป็นห้อง chat ก็มี camforg (โคตรเหง้าของห้อง chat คือ irc , pirch
แต่ social network website ไม่จำเป็นที่จะต้องขลุกอยู่หน้าจอตลอดเวลา และในปัจจุบัน มือถือ หรือ cell phone ได้มีเทคโนฯที่ดีขึ้น และ ราคาที่ถูกลง รวมถึง tablet pc ที่เหมาะแก่การพกพา เลยทำให้ social network สามารถเข้าถึงเราได้ทุกที่ ทุกเวลา
รวมถึงใน social network ยังมี เกมส์ให้เล่นอีกมากมาย หากไม่หักห้ามใจ จะติดแหง็กและเสียเวลาเป็นอันมาก (มาจากประสบการณ์ตรงที่กว่าจะเลิกเล่น farmvile ก็เกือบลงแดง 555+)
อ่อเกือบลืมที่จะกล่าวถึง twitter ซึ่งขอเรียกว่า social network ฉีกกรอบ , คือไม่ต้องมีรายละเอียดใน webpage มาก ให้แค่พิมพ์ข้อความได้ทีละ 124 ตัวอักษร (ถ้าจำไม่ผิดนะ อิอิ) โดย twitter จะเป็นเหมือนการส่ง sms ให้กับเพื่อนๆที่อยู่ใน List (follower) โดยผู้ส่งจะสามารถ ส่งข้อความได้ตลอดเวลา และคนรับหากสามารถเข้าถึง internet ก็จะได้รับข้อความตลอดเวลา เช่นกัน
กลับมาที่ข้อดีของ social network สดฮิต เราอาจจะต้องแยกตามกลุ่มอายุ เช่น
เด็ก-วัยรุ่น : เล่นเกมส์ , หาเพื่อนใหม่ , หาแฟน-จับผิดแฟน , บ่นเรื่องเรียน , บ่นเรื่องพ่อแม่ ฯลฯ
วัยทำงาน : เล่นเกมส์ , หาเพื่อนเก่าๆๆๆๆ , หาแฟน , หาเพื่อนใหม่ , บ่นเรื่องงาน , บอกเล่า 90 ฯลฯ
วัยทอง : คุมประพฤตลูก , หาเพื่อนเก่าๆ , เล่าเรื่องคนแก่
หากแยกตามกลุ่มอาชีพจะได้ ดังนี้
นักเรียน-นักศึกษา
คนทำงาน
คนว่างงาน
ดารา-เซเลบ
คนดัง (คนที่เค้าดังจริงๆนะ ไม่ใช่คนแอ๊บดัง)
นักข่าว
นักการเมือง
ฯลฯ
และที่กำลังฮิตคือ แยกตามกลุ่มความสนใจ ที่มักจะใช้วลีนำหน้าว่า เชื่อมั่นว่าคนไทย 1 ล้านคน.......
(ซึ่งก็ไม่ค่อยจะถึงล้านหรอก แหกตาชัดๆ) กล่มนี้จะเรียก fanpage
ประโยชน์ของ social network จะทำให้เราใกล้กันมากขึ้น ติดตามข่าวสารได้รวดเร็วขึ้น สันทนาการ และพบปะกลุ่มบุคคลที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน
โทษของ social network ข้อแรกๆที่นึกออกเลยคือ หากบริหารเวลาไม่เป็นก็จะกลายเป็นเสียเวลาไป , ได้รับข่าวสารที่อาจจะถูกหรือผิด และที่กำลังเป็นปัญาหาตามหน้าหนังสือพิมพ์คือ เกิดการล่อลวงเด็ก / เป็นเหตุของการฆาตกรรมหรือ อาชญกรรม ที่คนรักจับผิดได้ว่าคู่รักมี กุ๊กกิ๊ก หึหึ
แต่ด้วยความที่ cell phone หรือ โทรศัพท์มือถือ สามารถที่จะเข้าถึง social network ได้เร็วขึ้น จึงเกิดปรากฎการณ์ อยู่ใกล้แต่เหมือนไกล เหมือนที่โฆษณาของ dtac ได้จำลองเหตุการณ์การใช้ มือถือเกินพอดี ทำให้เราให้ความสำคัญคนใกล้ตัวน้อยลง
คงจะเป็นข้อคิดและข้อสรุปของ หัวข้อนี้ว่า การใช้ social network ทำให้เราใกล้คนไกล แต่ไกลคนใกล้ เราควรที่จะใช้เวลากับคนใกล้ตัวให้มาก ใช้เวลาร่วมกัน มันคงจะดูแย่ไม่น้อย หากเรามัวแต่นั่งขลุกอยู่หน้าจอ ในขณะที่พ่อแม่รอทานข้าว และโกหกท่านว่ากำลังทำงาน (พ่อแม่ไม่รู้จักหรอก fb) หรือ มัวแต่สนใจพิมพ์ bb / iPhone ขณะเดินเล่นกับแฟนริมทะเล
ใช้ social network ให้พอเหมาะ พอดีกับความต้องการ ใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์แรกของ social network นั้นๆ
แล้วเราจะได้ ประโยชน์ที่มีมากมายจากมัน รวมทั้งยังมีเวลากับคนที่รัก ใกล้กับคนที่ไกลอย่างมีความสุข
No comments:
Post a Comment